Search Contact Us Bookmark this page Admin
บิวตี้แอนด์สไตล์โรคมะเร็งและการป้องกันชีวิตที่มีสุขภาพสมบูรณ์สภาพจิตใจและความเครียดเพศ ชายและเพศหญิงประเด็นร้อน
SiteMaps 탐색 건너뛰기 링크Hidoc Home > เพศ ชายและเพศหญิง > การดูแลโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
STD Care
หนองในเทียม (Nongonococcal Urethritis)
[2007-09-10 09:02] (19,321)

ลักษณะโดยสังเขป

 

Nongonococcal Urethritis (หนองในเทียม) เป็นอาการท่อปัสสาวะอักเสบซึ่งเกิดจากแบคทีเรีย นอกเหนือจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า โกโนค็อกคัส (Gonococcus) โรคนี้สามารถต้านทานฤทธิ์ของยาเพนนิซิลินได้ อัตราความถี่ของการเกิดโรคท่อปัสสาวะอักเสบในผู้ชายมีสูงถึง 60-80%

 

หนองในเทียมพบได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมดี อัตราการเกิดโรคสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะยังไม่มีการบำบัดรักษาโรคให้แก่คู่นอน

 

แบคทีเรียที่เป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดโรคได้แก่  Chlamydia Trachomatis และ Mycoplasma Urealyticum ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 70-80% นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากเชื้อเริมและเชื้อ Trichomonas Vaginalis ซึ่งเป็นเชื้อพยาธิที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคท่อปัสสาวะอักเสบอาจไม่แสดงอาการ แต่มีอาการอักเสบในท่อปัสสาวะที่มีสารคัดหลั่งตกค้าง ปัสสาวะขัด คันและเจ็บบริเวณท่อปัสสาวะ

 

ในการวินิจฉัยโรคท่อปัสสาวะอักเสบ โรคนี้จะมีน้ำเมือกหรือหนองหลั่งออกมาจากท่อปัสสาวะ หรือหากพบเม็ดเลือดขาวที่มีนิวเคลียสหลายรูปแบบ (Polymorph Nuclear Leukocytes) มากกว่า 5 เซลล์ในการขยายดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ 1,000 เท่า หรือผลของแถบตรวจปัสสาวะ (Leukocyte Esterase : LET) เป็นบวก

 

เมื่อการป่วยเป็นโรคนี้ได้รับการยืนยัน ควรต้องแยกให้ออกระหว่างหนองในแท้ (Gonococcal Urethritis) กับหนองในเทียม (Nongonococcal Urethritis) เนื่องจากวิธีการบำบัดรักษาต่างกัน นอกจากนี้ ควรกำหนดว่าจะบำบัดรักษาโรคให้แก่คู่นอนด้วยหรือไม่ ปัญหาใหญ่ของหนองในเทียมคือ การกลับเป็นซ้ำหรือการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง เพราะอัตราการกลับเป็นซ้ำภายใน 6 สัปดาห์มีถึง 30-40%.

 

ชื่อโรค

ชื่อโรค - หนองในเทียม (Nongonococcal Urethritis)

ชื่ออื่นๆ - ท่อปัสสาวะอักเสบ, NGU

 

คำจำกัดความ

หนองในเทียมเป็นชื่อเรียกโรคท่อปัสสาวะอักเสบทุกชนิดที่เกิดจากแบคทีเรียที่นอกเหนือจากโกโนค็อกคัส ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคท่อปัสสาวะอักเสบ แบคทีเรียชนิดสำคัญที่เป็นสาเหตุของโรคได้แก่ Chlamydia Trachomatis และ Mycoplasma Urealyticum

 

อาการ

อาการจะปรากฎภายใน 7-11 วันหลังได้รับเชื้อ แต่ผู้ป่วยหลายรายไม่แสดงอาการของโรค การหลั่งออกมาของน้ำใสๆ จากท่อปัสสาวะในปริมาณเล็กน้อยหรืออาการปวดและคันท่อปัสสาวะอาจเกิดขึ้นได้บ่อย แต่ผลการตรวจในคลินิกอาจมีความหลากหลาย อาทิ การตรวจพบอาการปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะได้ไม่นาน ปัสสาวะขัด ปัสสาวะไม่สุด และปวดท่อปัสสาวะ ผู้ป่วยชายที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจะมีอาการผิดปกติบางอย่าง แต่ 50% ของผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับหญิงที่ติดเชื้อ Chlamydia อาจไม่แสดงอาการ

 

สาเหตุ สภาวะ และลักษณะทางกายภาพ

หนองในเทียมเป็นโรคที่เกิดจากหลายสาเหตุมากกว่าสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่สาเหตุที่สำคัญและอันตรายที่สุดคือ การติดเชื้อ Chlamydia

 

หนองในเทียมแบ่งออกเป็น Chlamydia urethritis และ Non-chlamydia urethritis แบคทีเรียที่มีอัตราของการทำให้เกิดโรค Non-chlamydia urethritis ได้แก่ มัยโคพลาสม่า ซึ่งพบใน 20-50% ของโรคหนองในเทียม

 

นอกจากนี้ ยังพบเชื้อเริมและเชื้อ Trichomonas Vaginalis เชื้อพยาธิที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์ โดยที่ผู้ป่วยชายหลายรายไม่แสดงอาการ การยืนยันสาเหตุของโรคท่อปัสสาวะอักเสบทำได้ยาก เนื่องจากข้อจำกัดของวิธีการทดสอบ อย่างไรก็ตาม ได้มีการค้นพบวิธีการทดสอบใหม่ๆ เมื่อเร็วๆ นี้และสันนิษฐานได้ว่า Trichonomas เป็นสาเหตุของโรคท่อปัสสาวะอักเสบเฉียบพลันหรือต่อเนื่อง โดยไม่ตอบสนองต่อฤทธิ์ยาปฏิชีวนะโดยทั่วไป

 

การวินิจฉัยโรค

การวินิจฉัยโรคหนองในเทียมสามารถทำได้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่แสดงอาการหรือมีอาการคันและเจ็บ ปัสสาวะขัด หรือมีสารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ การวินิจฉัยโรคยังสามารถทำได้แม้จะไม่พบเชื้อ P.aeruginosa diplococcus ในเซลล์ใน P.aeruginosa dye และพบเซลล์เม็ดเลือดขาวจำนวนไม่ต่ำกว่า 4 เซลล์ในการขยายดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ 1,000 เท่าหรือไม่ต่ำกว่า 15 เซลล์ในการขยายดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ 400 เท่าในการตรวจปัสสาวะ หลังเวลาเก็บปัสสาวะ 4 ชั่วโมง

 

เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องยืนยันชนิดของแบคทีเรียหลังการวินิจฉัยโรคหนองในเทียม อย่างไรก็ตาม แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคมีหลายชนิดและยากจะยืนยันได้ ดังนั้นการรักษาโดยไม่ต้องตรวจหาแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุจึงสามารถทำได้

 

เพียง 68% และวิธีการมีความยุ่งยาก การทดสอบขบวนการสังเคราะห์ชิ้นส่วนดีเอ็นเอในหลอดทดลองได้ผล 95% และ 30-50% ของแบคทีเรีย Chlamydia จะถูกแยกออกมาจากหนองในเทียม การตรวจสอบการเรืองแสง (Fluorescence) เป็นการติดสารเรืองแสงฟลูออเรสเซนท์เข้าไปในสำเนาแอนติบอดีหลังจากที่เซลล์เยื่อบุผนังถูกย้อมด้วยสี Giemsa ขณะที่การตรวจด้วยวิธี Autocontrol สามารถทำได้ด้วยวิธีทางจุลชีววิทยาหรือวิธีการแบ่งแอนติบอดี

 

การดำเนินโรคและการพยากรณ์โรค

30-50% ของหนองในเทียมอาจมีอาการต่อเนื่องหรือกลับเป็นซ้ำภายใน 2-3 สัปดาห์หลังเข้ารับการรักษา หนองในเทียมที่เป็นอย่างต่อเนื่องอาจต่อต้านการรักษา เมื่อกลับเป็นซ้ำภายใน 2 สัปดาห์ การพยากรณ์ของโรคจะเลวร้ายลง

 

โรคแทรกซ้อน

ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลข้างเคียงร้ายแรงจากโรคท่อปัสสาวะอักเสบหากผลการตรวจหาเชื้อ Chlamydia เป็นลบ (Negative) อย่างไรก็ตาม หากสาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อ Chlamydia เป็น การกลับเป็นซ้ำมักจะเกิดขึ้นร่วมกับผลข้างเคียง อาทิ ท่อน้ำเชื้ออักเสบ โรคหญิงขายบริการ และมีลูกยาก ผลข้างเคียงที่เกิดกับผู้หญิงได้แก่ หนองใน ตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือเยื่อกระเพาะอักเสบ

 

การบำบัดรักษา

แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคหนองในเทียมมีหลายชนิด วิธีการบำบัดรักษาจึงแตกต่างออกไป ต้องให้แพทย์สั่งยาปฏิชีวนะแก่ผู้ป่วยอย่างถูกต้อง ในขั้นแรกควรรับประทานยาปฏิชีวนะในกลุ่ม Tetracycline เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ คู่นอนควรได้รับการรักษาโดยการใช้ยาด้วยเช่นกันแม้จะไม่แสดงอาการ

 

ยาในกลุ่ม Doxycycline ใช้ได้ผลดีกับหนองในที่เกิดจากเชื้อ Chlamydia ดังนั้น การทดสอบซ้ำจึงไม่จำเป็น เว้นเสียแต่มีแนวโน้มจะกลับเป็นซ้ำ แต่ถ้ารับประทานยาในกลุ่ม Erythromycin ควรทำการทดสอบซ้ำในอีก 3 สัปดาห์ แต่ไม่ต้องเข้ารับการรักษาใหม่จนกว่าจะมีการวินิจฉัยโรคใหม่

 

โอกาสกลับเป็นซ้ำในอีก 2 เดือนของโรคหนองในที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อ Chlamydia มีมากถึง 50% หากการรักษาไม่ได้ผล ให้สันนิษฐานว่าเกิดการติดเชื้อ Trichomonas

 

วิธีการป้องกัน

ลักษณะของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คือ การแพร่กระจายของโรคโดยการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้น การติดเชื้อหลายชนิดจึงเกิดขึ้นได้และอัตราการกลับเป็นซ้ำมีอยู่สูง เนื่องจากผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือใช้ชีวิตแตกต่างกันไป สิ่งจำเป็นอย่างมากคือ คู่นอนควรต้องเข้ารับการบำบัดรักษาด้วย

 

การบำบัดรักษาคู่นอนด้วยเป็นการป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและป้องกันการแพร่กระจายของโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวงกว้างของสังคม ถุงยางอนามัยเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันได้ ดียิ่งขึ้นไปกว่านั้นคือ การไม่ทำกิจกรรมทางเพศที่ทำให้เสียสุขภาพ

 

ปรึกษาแพทย์ในกรณีต่อไปนี้

รู้สึกเจ็บขณะปัสสาวะ

มีสารคัดหลั่งออกมาจากท่อปัสสาวะ

คันและเจ็บท่อปัสสาวะ

มีอาการปัสสาวะบ่อยและกลั้นปัสสาวะได้ไม่นาน

มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

 

Leave a comment
Name *
Password *
Mail(Will not published)
Website
Comment *
Mr.P Says:
2011-02-17 11:08:06
ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชย์มากครับ
บิวตี้แอนด์สไตล์โรคมะเร็งและการป้องกันชีวิตที่มีสุขภาพสมบูรณ์สภาพจิตใจและความเครียดเพศ ชายและเพศหญิงประเด็นร้อน
ⓒ2007 HIDOC, Inc. All rights reserved. HIDOC does not provide medical advice, diagnosis or treatment. See additional information.